Weekly update 10-14 SEP : Trade war III

สัปดาห์ที่ผ่านมามีการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ออกมาปรับตัวดีขึ้น ในขณะที่ตลาดหุ้นเริ่มส่งสัญญาณการปรับฐานลงมาด้านล่าง นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากช่วงก่อนหน้านั้นปรับตัวขึ้นมาอย่างโดดเด่น ส่วนประเด็นอื่นๆยังมีค่อนข้างน้อย ยังมีประเด็นเรื่องของสงครามการค้าระหว่างจีนและอเมริกาที่ยังดูว่าจะยังไม่จบสิ้น หลังจาก ปธน.ทรัมป์มีแนวคิดจะเพิ่มการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนวงเงินรวมสุทธิเป็นจำนวนเท่ากับ สินค้าที่อเมริกานำเข้าจากจีนทั้งหมด และมีความเห็นว่า ญี่ปุ่นอาจจะเป็นชาติต่อไปที่จะอเมริกาจะสร้างประเด็นขึ้นมา ในขณะที่สถานการณ์ในเรื่องของประเทศกำลังพัฒนามีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด แอฟริกา ได้เข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นครั้งแรก และเผชิญกับค่าเงินที่อ่อนค่า เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับ อาร์เจนตินา และตุรกี
ภาพรวมราคาทองคำยังคงทรงตัวอยู่ในกรอบล่าง หลังจากค่าเงินดอลลาร์ยังมีทิศทางแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่มองว่า ต้องอาศัยระยะเวลาสักระยะกว่าที่ค่าเงินดอลลาร์จะเริ่มกลับมาอ่อนค่าอีกครั้งหนึ่ง
สหรัฐฯ ขาดดุลการค้า 5.01 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือน ก.ค. สูงสุดในรอบ 5 เดือน
กระทรวงพาณิชย์รายงานยอดขาดดุลการค้าในเดือน ก.ค. อยู่ที่ 50.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก 4.57 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนก่อน ตามการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และการส่งออกที่ชะลอตัวลงหลังจากที่ได้เร่งส่งออกในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. ก่อนหน้าภาษีนำเข้าจีนจะมีผลบังคับใช้ โดยมียอดขาดดุลการค้ากับจีนมากถึง 36.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยเมื่อรวม 7 เดือน สหรัฐฯ ขาดดุลการค้า 337.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ดุลการค้าขาดดุลลดลงในช่วงเดือน พ.ค. - มิ.ย. จากการเร่งส่งออกสินค้า เช่น ถั่วเหลือง และรถยนต์ ก่อนการขึ้นภาษีนำเข้าของจีนจะมีผลในเดือน ก.ค.
ถึงแม้อเมริกาจะขึ้นภาษีกับจีน ก็ยังมองว่า ท้ายที่สุดแล้วจีนก็จะยังคงเกินดุลกับอเมริกาอยู่ ส่วนสถานการณ์ล่าสุดพบว่า ปธน.ทรัมป์ ยังคงมีข่าวเรื่องการขึ้นภาษีกับจีนเพิ่มอีกในวงเงินรวมสุทธิที่เกือบที่จะเท่ากับมูลค่าสินค้าที่อเมริกานำเข้าจากจีนทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีท่าทีในเชิงลบกับประเทศญี่ปุ่นอีกด้วยเช่นกัน
แอฟริกาใต้เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2009
แอฟริกาใต้เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2009 หลังตัวเลข GDP แอฟริกาใต้ หดตัว 2 ไตรมาสติดต่อกัน ด้านค่าเงิน Rand ของแอฟริกาใต้ ลดลงกว่า -20% ตั้งแต่ต้นปี ในขณะเดียวกันบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่าง S&P และ Fitch ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit-rating downgrades) ของพันธบัตรรัฐบาลแอฟริกาใต้ลงสู่ระดับต่ำกว่าที่ลงทุนได้ (Non-Investment grade)
เศรษฐกิจในตลาดเกิดใหม่หลายประเทศ เช่น ตุรกี อาร์เจนติน่า เวเนซูเอลา และแอฟริกาใต้ เริ่มมีปัญหา จากการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์ และการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ต้นทุนทางการเงินและภาระหนี้ของประเทศที่ต้องพึ่งพาเงินทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามประเมินว่าวิกฤตค่าเงิน (Currency Crisis) จะถูกจำกัดเพียงไม่กี่ประเทศ ซึ่งเผชิญปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ และมีสภาวะทางการเงินที่อ่อนแอ
ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาดีขึ้น
ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-farm employment change) ขยายตัวสูงถึง 201,000 ตำแหน่ง เทียบกับเดือนก่อนหน้าระดับ 147,000 ตำแหน่ง ในขณะที่อัตราว่างงานทางตัวระดับ 3.9% และค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยต่อชั่วโมงขยายตัว 0.4% โดยรวมแล้วชุดของตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรปรับตัวดีขึ้นกว่าคาดการณ์ และ เดือนก่อนหน้าเกือบทั้งหมด ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์เริ่มแข็งค่ากลับไปอีกครั้ง ในขณะที่ดัชนีหุ้นปรับตัวลดลงเล็กน้อย
ค่าเงินดอลลาร์หากยังทรงตัวอยู่ระดับสูง ก็จะทำให้ Flow ไม่ไหลกลับเข้ามายังตลาดทองคำและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ รวมทั้งการเพิ่มภาษีสินค้านำเข้า และ วิกฤติของประเทศเกิดใหม่ในหลายๆประเทศ ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่ช่วยทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นมาในระยะสั้นนี้ ต้องติดตามให้เงินดอลลาร์เริ่มหยุดการแข้งค่าจึงจะทำให้ Flow ไหลกลับเข้ามายังตลาดทองคำ