Weekly update (6-10 AUG) : Apple hits $1 trillion

สัปดาห์ที่ผ่านมามีการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรซึ่งออกมาปรับตัวลดลงกว่าที่นักวิเคราะห์ได้มีการคาดการณ์กัน ทำให้ทองคำมีแรงซื้อกลับเข้ามาในช่วงปลายสัปดาห์ หลังจากท่าทีของที่ประชุม FOMC ยังคงเป็น Hawkish tone หรือแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยที่ยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่องซึ่งคอยกดดันทองคำระหว่างสัปดาห์
ประเด็นสำคัญในสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ การประกาศสงครามการค้าระลอกใหม่ระหว่าง ปธน.ทรัมป์และจีน ซึ่งจีนได้เริ่มมีการตอบโต้กลับ ในขณะที่ฝั่งการประกาศกำไรของบริษัทจดทะเบียนพบว่ามีสิ่งที่น่าสนใจคือ บริษัท Apple หลังจากประกาศผลกำไรที่ดีกว่าที่คาดการณ์และราคาหุ้นสูงขึ้นทำให้ได้ขึ้นแท่นเป็นบริษัทอเมริการายแรกที่มีมูลค่าตลาด (Market cap) เกิน 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ทางฝั่งสถานะ Short สุทธิในทองคำปรับตัวขึ้นทำระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2006 มองว่า Downside risk ของทองคำค่อนข้างจำกัด ยังคงแนะนำ Overweight ในระยะนี้
Trade war (3)
ปธน. ทรัมป์ได้เสนอให้มีการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในอัตราเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 25% วงเงินรวมทั้งสิ้น 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่จีนเริ่มมีการตอบโต้กลับในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยจะเริ่มเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากอเมริกาในวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยอัตราที่เรียกเก็บจะอยู่ระหว่าง 5-25% เน้นไปยังสินค้ากลุ่ม เกษตร (ถั่วเหลือง) ,เหล็ก และสินค้าเคมีภัณฑ์ ทั้งนี้การประกาศตอบโต้ของจีนยังไม่มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน เป็นเพียงแผนที่วางไว้หากอเมริกาเริ่มมีการขึ้นภาษีก่อน ทั้งนี้การดำเนินเกมส์ของ ปธน.ทรัมป์ มีเพื่อบีบให้จีนมาเจรจาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากการเจรจาครั้งแรกยังไม่เป็นผลสำเร็จ จากความกังวลเรื่องสงครามการค้าที่ปะทุขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง ทำให้เม็ดเงินส่วนหนึ่งไหลเข้าไปยังเงินดอลลาร์ (safe haven) และขายหุ้นจีนออกมา ทำให้หุ้นจีนซึ่งจากเดิมเป็นตลาดหุ้นที่มีมูลค่าตลาดหรือ market cap ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ได้ถูกตลาดหุ้นญี่ปุ่นซึ่งมี market cap เป็นอันดับ 3 ของโลกแซงขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว จากการปรับฐานลงมาของตลาดหุ้นจีนในช่วงของ trade war ซึ่งความกังวลเรื่อง trade war ทำให้คนกังวลเรื่องการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ทำให้มีแรงขายออกมาจากสินค้าโภคภัณฑ์ แต่ความรุนแรงในรอบนี้นั้นถือว่าไม่มาก
ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาน้อยกว่าที่คาดการณ์
ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ในขณะที่อัตราว่างงานปรับตัวลดลงสู่ระดับ 3.9% อีกครั้ง หลังจากประกาศค่าเงินดอลลาร์ที่เคยขึ้นไปแตะระดับ 95 จุดได้อ่อนค่ากลับลงมาอีกครั้งหนึ่ง และทำให้ทองคำที่ระหว่างชั่วโมงการซื้อ-ขาย ปรับตัวลดลงหลุดระดับ $1210 ได้กลับขึ้นมาปิดด้านบน ระหว่างสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทุน hedge fund ได้เพิ่มสถานะ short สุทธิในฟิวเจอร์ทองคำจนไปถึงระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2006 จากความกังวลเรื่องค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า และทิศทางการขึ้นดอกเบี้ยของ fed ซึ่งจากระดับปัจจุบันมองว่า สถานะ short สุทธิที่อยู่ในระดับที่สูงที่สุดในรอบกว่า 10 ปี จะทำให้ downside risk ลดลงเรื่อยๆเนื่องจาก สถานะ short หากมีการปิดนั่นหมายความว่า จะต้องซื้อคืน ระดับปัจจุบัน จึงยังมองว่าการเข้าเก็บทองคำในลักษณะของการสวนกระแส (contrarian bet) จะเป็นอีกหนึ่งกลยุทธที่น่าสนใจในช่วงนี้
Apple ขึ้นแท่นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุด
บริษัท apple ขึ้นแท่นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาด (market cap) แตะ 1 trillion dollar เป็นบริษัทแรกของอเมริกา หลังจากบริษัทประกาศผลกำไรออกมาพบว่าโตอย่างต่อเนื่อง โดย margin ของ apple ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจาก ราคาขายต่อหน่วยที่สูงขึ้น ในขณะที่ต้นทุนใกล้เคียงเดิม และประเด็นเรื่องส่วนแบ่งตลาดที่โดนแย่งจาก ค่ายมือถือทางฝั่งเอเชียอย่าง samsung และ huawei นั้น พบว่า apple ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดในปริมาณที่สูงอยู่ เนื่องจากการเข้ามาของ huawei นั้นทำให้เจ้าตลาด android อย่าง samsung โดนแบ่ง market share ไปแทนที่จะเป็น apple เพราะ มีระบบปฎิบัติการเดียวกัน
ทางฝั่งยอดขายของ huawei และ samsung ที่แซง apple ไปนั้นหากไปดูที่ราคายังพบว่า เครื่องส่วนใหญ่ที่ขายออกไปนั้นเป็นระดับกลางและล่าง เทียบกับ apple ที่ขายเฉพาะผลิตภัณฑ์ระดับบน จึงทำให้กำไรต่อหน่วยมากกว่า และ ทำให้กำไรยังคงโตอย่างต่อเนื่อง การขึ้นเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่สุดของโลกแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐนั้นในความเป็นจริงแล้วในอดีตเคยมีบริษัทน้ำมันจากจีนอย่าง petrochina ที่เคยมีมูลค่าตลาดแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์มาแล้วในอดีต