Weekly update (18-22 JUN) :Trade war

สัปดาห์ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ที่สำคัญค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นการพบปะระหว่าง ปธน.ทรัมป์ และ ผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน ที่สิงคโปร์ ซึ่งเจรจาออกมาด้วยดี ตามมาด้วยผลการประชุม FOMC ที่ส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ย และถัดไปด้วยการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จากนั้นมีการประกาศรายชื่อและอัตราภาษีสินค้าที่อเมริกานำเข้าจากจีน ทำให้เกิดความผันผวนในตลาดหุ้น ตลาดทองคำ และตลาดค่าเงินอย่างมากในสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทองคำปรับตัวลดลงกว่า 2% จากระดับ $1305 มาหยุดที่ระดับ $1275 มองว่า Sentiment ระยะสั้นเสียทรงขาขึ้นไประดับหนึ่ง สำหรับสัปดาห์ก่อนๆที่แนะนำ Overweight ไปนั้นมองว่ายังถือรอได้ แต่สำหรับคนที่ยังไม่มีสถานะ แนะนำ Neutral ถึงแม้ภาพรวมจะยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็ตาม แต่ด้วยการเสียทรงทาง Technical ราคาทองคำจะต้องใช้เวลาในการสร้างฐานด้านล่างไปอีกสักระยะหนึ่ง
FED ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ผลการประชุม FOMC พบว่า ที่ประชุมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ FED ปรับขึ้นมาระดับ 1.75% -2% พร้อมทั้งกล่าวถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยว่า จะขึ้นอีก2 ครั้งที่เหลือในปีนี้ (สรุปแล้วหากเป็นไปตามแผนของ FED พบว่าจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยทั้งหมด 4 ครั้ง) และทิศทางของเศรษฐกิจคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องพร้อมทั้งอัตราเงินเฟ้อที่มาตามที่ FED คาดการณ์ไว้ (CPI หรือ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนล่าสุดแตะ 2.2% ซึ่งเป็นการขยายตัวมากที่สุดในรอบ 6 ปี)
ทิศทางการขึ้นดอกเบี้ยที่ต่อเนื่องนั้นส่งผลให้ 10-2 spread ของอเมริกาแคบลงต่ำสุดในรอบหลายปี ตัว Spread ที่แคบลงนั้นบ่งบอกให้เห็นถึงดอกเบี้ยระยะสั้นและดอกเบี้ยระยะยาวที่ใกล้เคียงกัน (เศรษฐกิจที่ดีดอกเบี้ยระยะยาวควรสูงกว่าดอกเบี้ยระยะสั้น เพราะ เศรษฐกิจที่ดีมักมีเงินเฟ้ออ่อนๆ ดอกเบี้ยระยะยาวจึงต้องสูงกว่าเพื่อชดเชยเงินเฟ้อ) และ สิ่งนี้เองที่เป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจ ซึ่งโดยแท้จริงแล้วการมีทองคำติดพอร์ตการลงทุนจะช่วยกระจายความเสี่ยงจากตลาดหุ้นท่ามกลาง Flat yield curve ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ECB ส่งสัญญาณลด QE ขณะที่ BOJ ยังไม่ชัดเจน
ที่ประชุม ECB คุณ ดรากี้ ส่งสัญญาณการลดวงเงิน QE ลง ภายในสิ้นปีนี้ ในขณะที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของคุณ ดรากี้ เป็นสิ่งที่ทำให้ตลาดประหลาดใจ เนื่องจากมีการส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกช้าไปจนถึงช่วง Summer ของปี 2019 ซึ่งเป็นสิ่งที่ยาวนานกว่าตลาดคาดการณ์ไว้ ทำให้นักลงทุนตีความนโยบายการเงินออกมาในทางผ่อนคลายทางการเงิน (Dovish tone) ส่งผลให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงแรง และค่าเงินดอลลาร์เริ่มแข็งค่า นั่นจึงทำให้ทองคำและกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวมปรับตัวลดลงหลุดแนวรับลงมา
ทางฝั่งการประชุม BOJ ยังไม่มีอะไรใหม่ ท่าทียังคล้ายๆเดิม ตัวที่มีผลกระทบมากกว่าจะเป็นตัวของยูโรโซนซึ่งมองว่าเป็นเพียงปัจจัยระยะสั้นเท่านั้น สังเกตุจากค่าเงินดอลลาร์นั้นไม่ได้แข็งค่าถึงแม้จะมีการขึ้นดอกเบี้ย แต่กลับมาแข็งค่าเนื่องจากเงินยูโรอ่อนค่าลงแทนจากปัจจัยเรื่องยุโรป ซึ่งมองว่า การแข็งค่าของเงินดอลลาร์เป็นเพียงผลกระทบระยะสั้นเท่านั้น
ปธน.ทรัมป์ประกาศรายชื่อสินค้าที่ถูกเก็บภาษีเพิ่มจากการนำเข้าจากจีน
คืนวันศุกร์ตามเวลาบ้านเรา ปธน.ทรัมป์ได้ประกาศรายชื่อสินค้านำเข้าจากจีนที่จะถูกขึ้นภาษี โดยมีวงเงินรวม 5 หมื่นล้านดอลลาร์ด้วยอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้น 25% หลังจากการเจรจาลดการขาดดุลการค้าของอเมริกาไม่ประสบผลสำเร็จ จากตัวเลขปี 2017 พบว่า สินค้าที่อเมริกาขาดดุลการค้ามากที่สุด คือ สินค้าประเภทคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิคส์ ในขณะที่จีนมีการนำเข้า ถั่วเหลือง และสินค้าเกษตรต่างๆ นอกจากนี้จีนยังมีการนำเข้าเครื่องบิน Boeing ที่ถือว่าเป็นรายใหญ่
หลังจากอเมริกาได้ประกาศภาษีออกมาดังกล่าว จีนก็ได้ออกมาตอบโต้ในทางเดียวกัน ส่งผลให้นักลงทุนมองว่า เรากำลังเข้าสู่ Trade war เต็มรูปแบบและต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้นหากสเกลการกีดกันการค้ามีขนาดใหญ่ขึ้น โดยปกติแล้วการกีดกันการค้าจะสร้างผลลบให้กับเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นผลดีกับราคาทองคำ ในขณะที่หลังจากประกาศออกมา ทองคำกลับปรับตัวลดลงแรงในคืนวันศุกร์ ซึ่งคาดว่าผลกระทบหลักๆจะเป็นปัจจัยเรื่องของเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่ากลับขึ้นมาไว หลังจากมีการประกาศผลการประชุมของ ECB
ภาพทางเทคนิคของราคาทองคำเสียทรงขาขึ้น
หลังจากราคาทองคำปรับตัวลดลงในวันศุกร์หลุดระดับแนวรับ $1300 มองว่า ภาพรวมทองคำได้หลุดแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น และต้องใช้เวลาในการสร้างฐานระดับล่างไปอีกสักระยะหนึ่งก่อน ยังมองการรีบาวน์ระหว่างวันบ้าง แต่แนวโน้มที่ลงมาเช่นนี้การรีบาวน์มักจะไม่แรง และ ราคามักจะซึมๆถึงแกว่งตัว Sideways ออกด้านข้าง
หากราคาไม่สามารถรีบาวน์ขึ้นมาจากระดับ $1280 ได้มองว่า ในภาพรายสัปดาห์จะเปิด Downside ไปจนถึง $1240 เพียงแต่การดูแบบนี้จะเป็นการมองในภาพรวมระยะสัปดาห์ หากระหว่างวันสามารถปิดเขียว หรือ ปิดไม่หลุด $1275 ลงมาด้านล่างจะมองว่า ราคาจะเข้าสู่ช่วงของการแกว่ง Sideways ด้วยเหตุผลดังกล่าวในสัปดาห์นี้จึงเริ่มปรับคำแนะนำเป็น Neutral จากเดิม Overweight และสำหรับคนที่มีสถานะซื้ออยู่แล้ว แนะนำถือ เพียงแต่ว่าต้องใช้เวลาในการกลับมานานขึ้นจากการปรับตัวลดลงแรงจนทำให้เสียทรงในวันศุกร์ที่ผ่านมา