Weekly update (8-12 JAN) : Post-Nonfarm payroll week

สัปดาห์ที่ผ่านมามีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจค่อนข้างเยอะในหลายๆประเทศ ไม่ว่าจะเป็นดัชนี PMI ภาคการผลิต ทั้งจีน ยุโรป ญี่ปุ่น และ อเมริกา โดยรวมแล้วออกมาดี ในขณะที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาขยายตัวน้อยกว่าคาดการณ์ แต่ถูกชดเชยด้วย อัตราค่าจ้างแรงงานที่ปรับตัวสูงขึ้นทำจุดสุงสุดใหม่ในรอบหลายปี ทำให้ตลาดโดยรวมตีความไปในทางบวกเกี่ยวกับสภาวะของเศรษฐกิจในภายภาคหน้า
สัปดาห์นี้จากแนวโน้มการรีบาวน์ของค่าเงินดอลลาร์และ Bonn yield ที่ยังปรับตัวสูงขึ้นรวมถึงสภาวะ Risk on ของนักลงทุน จึงคาดว่า ทองคำจะยังปรับตัวขึ้นไม่สูงนักในระยะสั้นและยังอยากรอเห็นการปรับฐานลงมาด้านล่าง ก่อนที่จะพิจารณาเข้าซื้ออีกครั้ง ด้วยสาเหตุที่ว่า ภาพรวมของทองคำในระยะกลางเริ่มกลับมาขึ้นโดยมีแนวต้าน $1350 แต่ด้วยการที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นมาแล้วกว่า 3 สัปดาห์ และ ทิศทางเงินดอลลาร์ซึ่งเป็นต้วตั้งต้นของทุกอย่างมีแนวโน้มรีบาวน์แข็งค่าจึงปรับคำแนะนำเป็น Neutral
ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรชะลอตัวลงเล็กน้อย
ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรขยายตัว 148K น้อยกว่าเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 252K และน้อยกว่าที่คาดการณ์ ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1% และ ค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยต่อชั่วโมงขยายตัว 0.3% มากกว่าเดือนก่อนหน้าที่ 0.1%
ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในช่วงแรก เนื่องจากตัวเลข Non-farm payroll ไม่เข้าเป้าก่อนที่จะปรับตัวลดลงและผันผวนใกล้เคียงกับระดับเดิม เนื่องจากตลาดมองว่า โดยรวมแล้วยังขยายตัวได้ดี และค่าจ้างแรงงานที่ปรับตัวขึ้น 0.3% นั้นแข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายปี นอกจากนี้ทิศทางของเงินดอลลาร์กลับไม่ได้อ่อนเท่าไรนัก และ ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของอเมริกายังปรับตัวสูงขึ้นอีกเช่นกัน บ่งบอกให้เห็นถึง ตลาดตีความว่า ถึงแม้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรจะชะลอตัวลงเล็กน้อยแต่เศรษฐกิจโดยรวมยังปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น และ เม็ดเงินยังไหลเข้าตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะนักลงทุนยังอยู่ในโหมดของ Risk-on โหมดตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มองว่าผลกระทบทางบวกของทองคำจะไม่โดดเด่นถึงแม้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรจะชะลอตัว
ดัชนี Bloomberg commodity index ปรับตัวสูงขึ้นทำระดับสูงสุดในรอบปี
นับตั้งแต่ต้นปี 2017 ทิศทางของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นำโดยราคาน้ำมันดิบซึ่งมีประเด็นเรื่อง ความไม่สงบในประเทศตะวันออกกลาง ,การลดกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศ OPEC นำโดยซาอุดิอาระเบีย และ หลุมขุดเจาะ Shale oil ที่มีประสิทธิภาพลดลงหลังจากหลุมขุดเจาะดีๆถูกเจาะขึ้นมาบางส่วน นอกจากนี้ ความต้องการของน้ำมันดิบของประเทศต่างๆทั่วโลกกลับยังคงปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากราคาที่ถูกลง
ทางฝั่งสินค้าโภคภัณฑ์ประเภท Material อย่างเช่น เหล็ก และ ทองแดง ก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน จากความต้องการของจีน และ ภาคการผลิตที่ขยายตัวต่อเนื่อง ทำให้ปี 2017 ที่ผ่านมาเป็นปีที่ดีของสินค้าโภคภัณฑ์และ ทำให้ทองซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นด้วย แต่อาจจะโดดเด่นน้อยกว่าชนิดอื่น เนื่องจากประโยชน์ใช้สอยของทองคำนั้นค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวสูงขึ้นใกล้ 2.5%
ถึงแม้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรจะชะลอตัวลง แต่ทิศทางของพันธบัตรรัฐบาลของอเมริกากลับไม่ได้บ่งชี้เช่นนั้น ล่าสุด Yield ปรับตัวสูงขึ้น 0.97% หลังจากประกาศข่าวออกมา ตลาดยังให้น้ำหนักกับการขยายตัวของเศรษฐกิจอเมริกา
ตลาดเริ่มเข้าใกล้จุดที่ต้องระมัระวังมากขึ้น เพราะ หาก Yield พันธบัตรอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นแตะ 2.5% จะทำให้โอกาสที่ตลาดหุ้นจะปรับฐานมีสูง และ สภาวะ Invert yield curve ยังอยู่ จึงมองว่า ถึงแม้เรื่องดังกล่าวจะเป็นปัจจัยลบกับราคาทองคำในระยะสั้น แต่ในระยะกลาง-ยาวประเด็นนี้จะเป็นประโยชน์กับราคาทองคำ หากเกิดแรงขายออกจากตลาดหุ้น
ค่าเงินดอลลาร์เกิด Bullish divergent
หลังจากประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อย แต่ไม่หลุด Low เดิม และยังเกิด Bullish divergent ในทางเทคนิค ซึ่งหมายความว่า การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์รอบนี้ อาจจะใกล้ได้เห็นจุดกลับตัวแข็งค่าขึ้นไป เพราะ ราคาลงมา แต่ตัว Indicator ที่วัด Momentum อย่าง RSI ในช่องด้านล่างกลับไม่ได้ทำจุดต่ำสุดใหม่ เป็นสัญญาณว่า ปริมาณการซื้อ-ขายที่ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงนั้นเริ่มหายไป
หากค่าเงินดอลลาร์เริ่มรีบาวน์กลับไปด้านบน ทองคำก็มีแนวโน้มจะปรับฐานในระยะสั้นนี้ ซึ่งหากมองในรายวัน ทองคำปรับตัวสูงขึ้นกว่า 3 สัปดาห์ต่อเนื่องกัน มองว่า ไม่แนะนำให้ซื้อตามในสัปดาห์นี้ ควรจะรอปรับฐานในระยะสั้นก่อนที่จะเข้าซื้อ จึงยังคงแนะนำเป็น Neutral