Weekly update (11-15 SEP) : Hurricane IRMA

ราคาทองคำทรงตัวในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยปัจจัยต่างๆมีเข้ามากระทบค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็น พายุ Harvey ที่เข้าถล่มอเมริกา ตามมาด้วย การทดลอง Hydrogen bomb ใต้อุโมงใต้ดินของเกาหลีเหนือ, การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายและวงเงิน QE ของ ECB, รัฐบาลอเมริกาขยายเพดานหนี้ไปอีก 3 เดือนทำให้หลุดพ้นจากสภาวะ Government shutdown ระยะสั้น และล่าสุด พายุ Hurricane อีกลูกหนึ่งที่เรียกว่า Irma ที่กำลังจะพัดเข้าชายฝั่งของ Florida รวมถึง การร่วมมือคว่ำบาตรเกาหลีเหนือระหว่างอเมริกาและญี่ปุ่น หลังญี่ปุ่นออกมาให้ความเห็นว่า ญี่ปุ่นกำลังถูกคุกคามอย่างหนักนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2
ด้วยประเด็นข่าวที่มากมายดังกล่าว จึงมองว่า การเคลื่อนไหวของทองคำจะเริ่มกลับมาผันผวนอีกครั้งหนึ่ง แต่ระยะสั้นมองว่า หาจังหวะเข้าซื้อหากราคาทองคำปรับตัวลดลงมาด้านล่าง เนื่องจาก ประเด็นเรื่องพายุคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอเมริกา
พายุ IRMA ซึ่งเป็นลูกที่สองกำลังจะถล่มอเมริกา คาดว่าจะเข้า Florida วันจันทร์นี้
เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า อเมริกาได้เผชิญกับพายุ Harvey เมื่อพายุ Harvey ผ่านพ้นไป อเมริกากำลังจะได้เจอพายุ Hurricane ลูกที่ 2 ที่ชื่อว่า IRMA โดยมีความเร็วลมประมาณ 209 KM/H กำลังจ่อจะถล่มชายฝั่งของ Florida ซึ่งประเมินความเสียหายให้กับ Florida ในรอบนี้ประมาณ $120 Billion และ อาจมีผลข้างเคียงหากพายุเข้าถล่มซึ่งอาจจะออกมาใกล้เคียง $200 Billion และหากเทียบกับ พายุ Hurricane Katrina ที่เข้าถล่ม New Orleans หากคิดมาเป็นมูลค่าเงินปัจจุบันจะเทียบเท่า $160 Billion จะเห็นว่า ความรุนแรงของพายุในรอบนี้ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจของอเมริกาในอนาคตพอสมควร ล่าสุดทุกฝ่ายกำลังเฝ้าระวัง และ ได้มีการเตรียมอพยพประชาชนมาตั้งแต่ปลายสัปดาห์ โดยพายุคาดว่าจะเริ่มเข้าชายฝั่งของ Florida ในวันจันทร์
ประเด็นนี้มองว่า จะเป็นปัจจัยบวกกับราคาทองคำในระยะกลางเนื่องจาก พายุที่เข้ามาจะสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจอเมริกา แต่ปัจจุบันตลาดคาดการณ์ไปบางส่วนแล้ว เนื่องจากปัจจุบันกำลังเตรียมการรับมืออยู่
ประธาน ECB คุณ ดรากี้คงวงเงิน QE ไว้ระดับเดิม
ผลการประชุม ECB พบว่า ที่ประชุมยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่เดิม และ ยังคงการเข้าซื้อพันธบัตรหรือ QE ในวงเงินเท่าเดิม ยังไม่มีการปรับลดในเดือนนี้ แต่ตลาดคาดว่า ถึงจะไม่มีการปรับลดในเดือนนี้ เดือนหน้าก็น่าจะมีการปรับลด เพราะ ความเห็นของ คุณ ดรากี้ ถึงทิศทางการเติบโตของยูโรโซนพบว่า ในอนาคตยังมองการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
สาเหตุที่ชะลอการลดวงเงินไปนั้น มองว่า เนื่องมาจาก คุณ ดรากี้ อยากรอท่าทีของ FED ที่จะมีการลดงบดุลในเดือนนี้ก่อน เพราะ เมื่อนับจากต้นปี (Yield to date) ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นมากว่า 13% หาก ECB รีบลดวงเงินคาดว่าจะทำให้เงินยูโรแข็งค่าขึ้นมาอีก และ เงินยูโรที่แข็งค่าอาจกระทบกับภาคส่งออก จึงอยากรอดูท่าทีของ FED ไปก่อน ทั้งนี้ หลังจากแถลงการณ์ค่าเงินยูโรกลับแข็งค่าขึ้นมาอีกราว 1% ทำให้การแข็งค่าของเงินยูโรในปีนี้ขึ้นมาอยู่ระดับ +14%
สมาชิก FED คุณ Fischer ยื่นลาออก ในขณะที่อเมริกาเลื่อนเพดานหนี้สำเร็จ
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สภาของอเมริกาอนุมัติการเลื่อนเพดานหนี้ไปอีก 3 เดือน ซึ่งจะกลับมาหารือประเด็นนี้ใหม่ในเดือน ธันวาคม โดยการอนุมัติสามารถผ่านได้จากการนำงบเบิกจ่ายเพื่อช่วยเหลือผลกระทบจากพายุ Harvey เข้าไปด้วย ซึ่งทำให้รัฐบาลอเมริกาสามามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบจาก Government shutdown ได้ ซึ่งประเด็นดังกล่าวมองว่า เป็นปัจจัยลบกับราคาทองคำ
อีกประเด็นหนึ่งคือ คุณ Fischer หนึ่งในสมาชิก FOMC ยื่นจดหมายลาออก โดยให้เหตุผลถึงปัญหาส่วนตัว โดยพื้นฐานแล้ว คุณ Fischer เป็นสมาชิกที่มีความเห็นในเชิง Hawkish หรือโทนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จึงทำให้เสียงของที่ประชุม FOMC ในเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยจะหายไป 1 เสียง ต้องดูผลกระทบว่าจะออกมาในทิศทางใด