วิชาทองคำ 101 : มือใหม่เรียนรู้เรื่องทอง

คุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจการลงทุนในทอง แต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรรึเปล่าครับ? วันนี้ผมจะพาคุณมารู้จักกับการลงทุนใน “ทอง” รูปแบบการลงทุนที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะทองคำแท่งที่ตลาดโตขึ้นทุกปี ด้วยหลากเหตุผลไม่ว่าจะเป็นการซื้อง่ายขายสะดวก ค่าธรรมเนียมการซื้อขายหรือต้นทุนการลงทุนที่ต่ำกว่าทองรูปพรรณ แถมยังไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยในทรัพย์สิน ไม่เหมือนกับการใส่ทองสวยๆ ในชีวิตประจำวันที่ก็จัดว่าเสี่ยงในเรื่องความปลอดภัย

ประเภทของทองคำแท่ง หากจะพูดถึงทองคำแท่งแล้ว ต้องบอก
ว่าโดยทั่วๆ ที่ลงทุนกันมี 2 แบบคือ
ความบริสุทธิ์ 96.5% และ 99.99% ซึ่ง
ในไทยเรานิยมการลงทุนในทองคำ
96.5% ขณะที่ต่างประเทศจะนิยม
ลงทุนทองคำ 99.99% ในส่วนของ
น้ำหนัก ที่เคยได้ยินกันว่าหนักกี่บาท ๆ
เราเทียบได้ว่าทองคำแท่ง น้ำหนัก 1
บาท จะเท่ากับ 15.244 กรัมครับ

ที่มาของราคาทอง

ราคาทองของสมาคมค้าทองคำนั้น บางคนอาจจะสงสัยว่าเขาอ้างอิงการตั้งราคาทองแต่ละวันยังไง? จริงๆ แล้วที่มาของการตั้งราคาทองนั้นอ้างอิงจาก 2 ปัจจัยหลักก็คือ Goldspot และค่าเงินบาทครับ

Goldspot คือราคาทองเมืองนอก ซึ่งจะมีหน่วยเป็นเงินดอลล่าร์ ราคาทองจะวิ่งขึ้นลงตลอดทั้งวัน 24 ชั่วโมง โดยมีแรงซื้อขายจากตลาดทั่วโลก กราฟราคาทองตัวนี้จึงมีความจำเป็นสำหรับนักลงทุน ในการดูทิศทางราคาทองคำ อีกส่วนหนึ่งคือ USD - THB คือ ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลล่าร์ ราคาทองใช้เงินสกุลดอลล่าร์เป็นหลัก เมื่อจะแปลงราคามาเป็นราคาในเมืองไทย จึงต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลล่าร์ มาตีเป็นราคาซื้อขาย

แน่นอนว่าราคาทองของไทย เรามีสูตรในการคำนวณอยู่ครับ มันคือ
ราคาทองไทย = (( Spot Gold + Premium ) x 32.148 x THB x .965 )/65.6
*ค่า Premium เป็นค่าธรรมเนียมอย่างหนึ่งซึ่งจะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับความต้องการซื้อ/ขาย
และสภาวะตลาด ณ ขณะนั้นครับ

ปัจจัยที่กำหนดราคาทองคำในตลาดโลก

นี่เป็นอีกเรื่องสำคัญที่นักลงทุนควรรู้และติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดครับ วันนี้ผมขอหยิบมาเล่า 5 ปัจจัยด้วยกัน คือ

1) ค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ : เมื่อค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ มี
สัญญาณอ่อนค่าลง ธนาคารกลางประเทศต่างๆ ที่ถือ
ครองเงินเหรียญสหรัฐฯ มักจะกระจายความเสี่ยง
โดยแบ่งเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น เช่น เงินสกุลอื่นๆ
รวมถึงทองคำ ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น
เรื่องค่าเงินของยักษ์ใหญ่อเมริกาเหนือจึงเป็นสิ่งที่ต้อง
คอยติดตามครับ

2) ความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อ : ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่จัดว่าให้ผลตอบแทนที่ชนะเงินเฟ้อ เมื่อไหร่ที่เริ่มมีความกังวัลว่าเงินเฟ้อจะมากขึ้น มักส่งผลดีต่อทองเช่นกัน

3) ความเสี่ยงทางการเมืองระหว่างประเทศและระบบการเงิน : ราคาทองคำมักจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ และความไม่แน่นอนสูงในระบบการเงินโลกครับ

4) อุปสงค์และอุปทานในตลาด : อุปทานของทองคำหลักๆ แล้วจะมาจากผลผลิตของเหมืองแร่ธนาคารกลาง (แอฟริกาใต้เป็นผู้ผลิตรายใหญ่นะครับ 14% ของปริมาณการผลิตทองทั่วโลกมาจากที่นี่เลย) ตามมาด้วยเศษทองคำเก่าที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ การขายจากหน่วยงานภาครัฐ และการขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงของผู้ผลิต และในส่วนของอุปสงค์ มีมาจากทั้งภาคเครื่องประดับ ภาคอุตสาหกรรมและการแพทย์ และภาคการลงทุนครับ โดยส่วนใหญ่อุปสงค์ยังคงมาจากภาคเครื่องประดับซึ่งคิดเป็นประมาณ 68% ของอุปสงค์ทองคำทั้งหมด แต่ภาคการลงทุนตอนนี้ก็มาแรงเช่นกัน โดยมีความต้องการทองคำเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และยังช่วยสร้างสภาพคล่องให้กับตลาดทองคำเป็นอย่างมาก

5) ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ

ราคาทองคำในประเทศไทยจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ อ่อนค่าลง เนื่องจากไทยเรานั้นไม่ได้ผลิตทองคำเอง จึงต้องนำเข้าทองคำจากต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งตลาดทองคำโดยทั่วไป มักจะใช้เงินสกุลเหรียญสหรัฐฯ ในการซื้อขาย อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทและเงินเหรียญสหรัฐฯ จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลกระทบต่อราคาในบ้านเราครับ

รู้จักกับทองคำไปเบื้องต้นแล้ว..เริ่มเห็นโอกาสของการลงทุนในทองกันบ้างหรือยังครับ? สำหรับท่านที่สนใจเรื่องราวการลงทุนเกี่ยวกับทองคำ ครั้งต่อไป TDCgold จะมีเรื่องทองๆ ในแง่ไหนมาอัพเดทกันอีก อย่าลืมติดตามกันนะครับ

ขอบคุณข้อมูล : ธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด มหาชน, สมาคมค้าทองคำ