Weekly update (24-28 DEC): Trump VS FED

สัปดาห์ที่ผ่านมาทองคำปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นแตะระดับ $1260 ซึ่งมองว่า ยังเป็นปัจจัยบวกในระยะกลาง เพียงแต่ว่า แนะนำให้ทยอยลดสถานะ ซื้อ ลงบางส่วน เนื่องจากราคาปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องโดยที่ไม่ได้พัก ในทางกลับกันหากนักลงทุนที่ไม่อยากซื้อ-ขายบ่อยๆ ยังคงแนะนำให้ ถือ รอไปขายที่ระดับบริเวณ $1350/Oz. เนื่องจาก ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าค่อนข้างชัดเจนว่าอาจจะมีการชะลอ ส่งผลให้ Upside ของเงินดอลลาร์ยังค่อนข้างจำกัด และเริ่มมองไปในทิศทางที่อ่อนค่าลง
สถานการณ์ของตลาดหุ้นยังคงได้รับแรงกดดันจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น Government shutdownที่ไม่สามารถเจรจากันได้ ปัญหาความชัดแย้งระหว่าง ปธน.ทรัมป์ และ FED ซึ่งมีท่าทีที่จะมีการปลดประธาน FED ออก ในขณะที่ตลาดหุ้นยังได้รับแรงกดดันจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ในสัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนี SP500 ปรับตัวลดลงอีก 7% และยังคอยกดดันตลาดหุ้นทั่วโลก จากปัจจัยดังกล่าวจึงมองว่าการมีทองคำในพอร์ตการลงทุน เพียงแต่ระยะสั้นทองคำได้ปรับตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดมาประมาณ 5% สำหรับนักเก็งกำไรมองว่า เป็นจุดที่ลดสถานะลงได้เพื่อรอกลับมาซื้อใหม่ด้านล่าง
ความกังวลเรื่อง Government shutdown กลับมากดดันตลาดอีกครั้งหนึ่ง
หน่วยงานภาครัฐบางหน่วยงานของสหรัฐฯ อาจต้องปิดดำเนินงานชั่วคราวหากสภาไม่เห็นชอบร่างกฎหมายงบประมาณ โดยความเสี่ยงที่ร่างกฎหมายงบประมาณจะไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภามีเพิ่มขึ้นหลังสภาผู้แทนฯ ผ่านร่างกฎหมายที่รวมเอาค่าใช้จ่ายในการสร้างกำแพงระหว่างชายแดนสหรัฐฯ และเม็กซิโก เข้าไปในงบประมาณ ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวคาดว่าไม่ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา ซึ่งการเกิด Government Shutdown จะทำให้การจ่ายเงินเดือนข้าราชการและลูกจ้างของรัฐล่าช้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการบริโภคในช่วงดังกล่าว อย่างไรก็ดีการปิดดำเนินการชั่วคราวมักเกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ ซึ่งทำให้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจมีไม่มากนัก ด้านผลกระทบต่อตลาดหุ้น Government shutdown ในอดีตไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นมากนัก โดยในการ shutdown ทั้งหมด 18 ครั้งที่ผ่านมา ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงเฉลี่ยเพียง -0.6% โดยแบ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้น 8 ครั้ง (44%)และลดลง 10 ครั้ง (56%) และตลาดหุ้นมีการปรับตัวขึ้นในช่วงที่เกิด shutdown 3 ครั้งหลังสุด อ้างอิงข้อมูลและรูปภาพจาก Tisco ESU
การเกิด Government shutdown สร้างปัจจัยบวกให้กับราคาทองคำเนื่องจากทุกครั้งที่ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นทองคำมักจะทำหน้าที่เป็น Safe-asset ที่ดีได้
ที่ประชุม FED ปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีก 0.25%
ผลการประชุม FOMC เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ประชุมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ทำให้ปัจจุบันนี้อัตราดอกเบี้ยอยู่ระดับ 2.00-2.25% และเมื่อนับจากปี 2016 มามีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งหมด 9 ครั้ง ซึ่งท่าทีของ ปธน.ทรัมป์กับประธาน FED ในปัจจุบันเหมือนจะเริ่มไม่ลงรอยกัน โดยกล่าวว่า การขึ้นดอกเบี้ยของประธาน FED เร็วจนเกินไป และยังเป็นช่วงเวลาที่ยังไม่เหมาะสม ทำให้ในช่วงปลายสัปดาห์มีข่าวว่า ปธน.ทรัมป์จะปลดประธาน FED ออก ในขณะที่ รัฐมนตรีคลัง Steven Mnuchin ออกมา Tweet ว่าสร้างคาวมยืนยันว่า จะยังไม่มีการปลดประธาน FED ออก
การปลดประธาน FED ออกคาดว่าจะสร้างความผันผวนให้กับตลาดหุ้นและตลาดการเงินเพิ่มมากขึ้น แต่เนื่องจากปัจจุบันท่าทีของ ทรัมป์ ไม่ชอบการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ที่รวดเร็วโดยไม่มีการหยุดพัก และนั่นส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง กระทบไปถึง ความเชื่อมั่นในตัวปธน.ที่มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากตลาดหุ้นที่ตกลง เราจึงต้องติดตามประเด็นนี้ให้ดีว่าจะส่งผลอย่างไร เนื่องจากในอดีตการปลดประธาน FED ไม่ได้พบเจอบ่อยๆ
ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงตลอดทั้งสัปดาห์
ตลาดหุ้นอเมริกาพร้อมทั้งตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงแรงในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลงแรง เริ่มจากฝั่งอเมริกาเองในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดล -7% ข้ามมาที่ยุโรปปรับตัวลกลง -2.9% ในขณะที่ญี่ปุ่นลดลง -6.75% ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงกว่า 10% บ่งชี้ให้เห็นถึงความกังวลเรื่องการเติบโตของเศรษฐกิจโลกเป็นไปอย่างรุนแรง ถึงแม้สถานการณ์ในประเทศอังกฤษ และ อิตาลี จะฟื้นตัวขึ้นแล้วก็ตาม
ตลาดเริ่มกลับไปกังวลเรื่อง Inverted yield curve ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะบ่งชี้ให้เห็นถึงเศรษฐกิจถดถอย และรูปแบบ Inverted yield curve นี้ก็สามารถพบในประเทศไทยได้ด้วย หลังจาก กนง.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ทำให้ดอกเบี้ยพันธบัตรระยะสั้นปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ระยะยาวกลับปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนมองว่า ดอกเบี้ยที่ขึ้น เศรษฐกิจอาจจะยังไม่ได้ฟื้นตัวนัก และแนวโน้มดอกเบี้ยจะไม่สามารถขึ้นได้ไกล จึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ซึ่งตลอดทั้งปีนี้ หากสังเกตดูจะพบว่า ในช่วงต้นปีเป็นช่วงที่เศรษฐกิจโลกปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดไปเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ช่วงกลางปีจนถึงปลายปี ตลาดเริ่มกลับมากังวลเรื่องการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอีกครั้งหนึ่ง