Weekly update (17-21 DEC): Stock markets still down

สัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงแม้ปัจจัยต่างๆจะเริ่มคลี่คลายลง ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ในยูโรโซนทั้งอังกฤษที่ นายกรัฐมนตรีไม่โดนมติไม่ไว้วางใจ หรือกระทั่งอิตาลีที่ยอมลดงบประมาณขาดดุลลง ในขณะที่สงครามการค้าระหว่างจีนและอเมริกาจะเริ่มดีขึ้น หลังจากจีนเริ่มปรับลดภาษีการนำเข้ารถยนต์จากอเมริกาลง และ CFO ของ Huawei ได้รับการประกันตัวออกมาถึงแม้ประเด็นนี้ความตึงเครียดระหว่างจีน อเมริกา และ แคนาดาจะยังคงอยู่จากการที่จีนเริ่มจับกุมพลเมืองแคนาดาที่จีนสงสัยว่าจะมีภัยต่อความมั่นคงบ้างก็ตาม แต่ตลาดกำลังติดตามตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆที่ประกาศออกมาและยังพบว่าไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ทำให้ถึงแม้สถานการณ์ต่างๆจะเริ่มคลี่คลายลงบ้าง แต่ตลาดหุ้นกลับยังปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ราคาทองคำยังคงแกว่งตัวอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ย 200 วันคาดว่าจะยังรอปัจจัยใหม่ๆเข้ามา ระหว่างที่ราคาแกว่งอยู่ใต้กรอบนี้ กองทุนและนักเก็งกำไรต่างก็ได้เพิ่มสถานะ Long สุทธิในทองคำเรื่อยๆ สวนทางกับช่วงต้นปีที่ลดลงเรื่อยๆเช่นกัน จึงมองว่าปัจจัยดังกล่าวจะเริ่มเป็นบวกกับราคาทองคำในระยะกลาง และแนะนำให้หาจังหวะ ซื้อ ในช่วงที่ราคายังคงพักตัวอยู่บริเวณด้านล่างนี้
สถานการณ์ในยุโรปบรรเทาความตึงเครียดลง
นาง Theresa May นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ รอดพ้นจากการโหวตไม่ไว้วางใจของ ส.ส.ภายในพรรค โดยได้คะแนนไว้วางใจที่ 200 คะแนน ต่อ 117 คะแนนไม่ไว้วางใจโดยพรรค Conservative จะไม่สามารถเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนาง May ได้อีกเป็นเวลา 1 ปี ถึงแม้นาง May จะรอดพ้นจากการโหวตไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ แต่การโหวตผ่านข้อตกลง Brexit ในสภา (ภายในวันที่ 21 ม.ค.) ก็ยังคงเป็นความเสี่ยง เนื่องจากหากข้อตกลง Brexit ไม่สามารถโหวตผ่านความเห็นชอบจากสภาได้ โอกาสที่อังกฤษจะต้องออกจาก EU ไปแบบไร้ข้อตกลง (Crash Brexit) ก็มีสูง ซึ่งโอกาสที่ข้อตกลง Brexit จะโหวตผ่านในสภาได้ในครั้งแรกมีความเป็นไปได้ค่อนข้างน้อย อย่างไรก็ดีนักวิเคราะห์คาดว่าสภาจะเปิดโอกาสให้ทำการแก้ไขและยื่นเสนอต่อ EU อีกครั้ง ในขณะที่รัฐบาลอิตาลีได้ปรับลดเป้าขาดดุลการคลังปี 2019 ลงเป็น 2.04% ของ GDP จากเดิมที่ตั้งไว้ที่ 2.4% เพื่อให้สามารถผ่านความเห็นชอบจาก EU ได้
ประเด็นเรื่องยูโรโซนที่บรรเทาลง ทำให้ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ และส่งผลให้เป็นปัจจัยบวกกับราคาทองคำในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้การปรับตัวขึ้นของทั้งทองคำและค่าเงินยูโรยังไม่มีนัยสำคัญสำหรับการเคลื่อนไหวนัก เนื่องจากถึงแม้จะปรับตัวสูงขึ้นแต่ก็เป็นการสูงขึ้นในช่วงสั้นๆ ทำให้โดยรวมแล้วยังอยู่ในกรอบ Sideway
ประเด็นเรื่อง Trade war เริ่มบรรเทาลง
รัฐบาลจีนเตรียมพิจารณายกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์เพิ่มเติมจากสหรัฐฯ ที่ 25%ในเดือนนี้ หลังจากอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวได้บังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 6 ก.ค. เพื่อตอบโต้การขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ (สินค้ากลุ่ม 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์) โดยการปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์จะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐฯ ลงในช่วงนี้ หลังจากประเด็นการกักตัว CFO’s ของ Huawei ที่ประเทศแคนาดาได้เพิ่มความตึงเครียดนับตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา ด้านผลดีจากการลดภาษีนำเข้ามองว่าไม่ได้ส่งผลดีกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยตรง เนื่องจากรถยนต์ที่จีนนำเข้าส่วนใหญ่เป็นรถยนต์สัญชาติยุโรป เช่น BMW ที่ประกอบในสหรัฐฯ และส่งออกมายังจีน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของมูลค่ารถยนต์ที่นำเข้าจากสหรัฐฯ ทั้งหมด โดยจีนนำเข้ารถยนต์ยี่ห้อสหรัฐฯ อย่าง Ford และ GM ค่อนข้างน้อย นอกจากนี้ รถยนต์ที่จีนนำเข้าจากสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนเพียง 5% ของรถยนต์ในตลาดจีนเท่านั้น
ถึงแม้จะไม่ได้ช่วยโดยตรงเนื่องจากสัดส่วนการนำเข้ารถยนต์ของอเมริกาในจีนนั้นมีสัดส่วนที่ไม่สูง แต่ช่วยในเรื่องของ Sentiment ตลาดหุ้นที่ดีขึ้น นอกจากนี้ระหว่างสัปดาห์ยังมีการทวิตเตอร์ของ ปธน.ทรัมป์ว่าการเจรจากับจีนเป็นไปได้ด้วยดีมาก แต่ยังไม่เปิดเผยถึงรายละเอียดดังกล่าว
นักเก็งกำไรเพิ่มสถานะ Long สุทธิในทองคำ
นักเก็งกำไรกลับมาซื้อทองจำนวนมาก +47,130 สัญญา ซึ่งส่งผลให้สถานะการเก็งกำไรเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือนที่ +49,001 สัญญา หลังถูกเทขายมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางปี 2017 จากการดำเนินนโยบายทางการเงินที่เข้มงวดขึ้นของ Fed ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าแรงซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากการประเมินที่ว่าความเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจโลกดูรุนแรงขึ้นในระยะข้างหน้า ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนราคาทองคำให้กลับมาฟื้นตัว นอกจากนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนค่าลง จากท่าทีของ Fed ที่ Dovish มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับ Trend การขายดอลลาร์สหรัฐฯของ Hedge funds ในช่วงที่ผ่านมา จึงมองว่าในอนาคตน่าจะเป็นบวกกับราคาทองคำได้
ภาพรวมราคาทองคังคงแกว่งตัวอยู่ภายใต้เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ยังไม่สามารถผ่านทะลุออกไปอย่างมีนัยสำคัญได้ แต่ระหว่างที่แกว่งตัวอยู่ด้านล่างนั้น ยังมองว่าราคายังคงรอปัจจัยบวกให้สามารถผ่านทะลุไปได้ ซึ่งระหว่างนี้เราก็ได้เห็นสถานะ Long สุทธิเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงคาดการณ์ว่า หากราคาแกว่งตัวในช่วงล่างนี้ไปเรื่อยๆมองว่าเป็นจังหวะที่น่าสะสมทองคำเข้าพอร์ต หรือ แม้แต่ซื้อเก็งกำไรเอง สอดคล้องกับในปีหน้าค่าเงินดอลลาร์ไม่น่าจะมีทิศทางที่แข็งค่าแรงเหมือนในปีนี้แล้ว