Weekly update (10-14 DEC) : Worst week for stock

สัปดาห์ที่ผ่านมาความกังวลในตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มมาจากหลายปัจจัย เริ่มจาก เรื่องสงครามการค้า ถึงแม้จะมีการเจรจากันได้ แต่ช่วงปลายสัปดาห์ CFO ของ Huawei ซึ่งเป็นทั้งผู้บริหารและลูกสาวของผู้ก่อตั้ง รวมถึงเป็นบุคคลที่รัฐบาลจีนให้การสนับสนุนถูกจับได้ที่แคนาดา โดยมีข้อหาเกี่ยวกับการลักลอบค้าขายอุปกรณ์ให้กับประเทศอิหร่าน รวมถึงนำเทคโนโลยีจากอเมริกาไปขายให้กับประเทศที่ถูกคว่ำบาตร ทำให้ความกังวลเรื่องสงครามการค้าเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ทางฝั่งทิศทางอัตราดอกเบี้ยของอเมริกาได้เกิดเหตุการณืที่เรียกว่า Inverted yield curve ขึ้น นั้นหมายความว่า อัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรระยะสูงกว่ากว่าระยะยาว บ่งชี้ให้เห็นถึงสัญญาณเศรษฐกิจถดถอย ทำให้ตลาดเริ่มติดตามท่าทีของประธาน FED ว่าจะส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไปหรือไม่ สอดคล้องกับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ชะลอตัวลงในเดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่าง Apple ต่างถูกนักวิเคราะห์ปรับประมาณการณ์กำไรลดลงจากยอดขายที่ไม่โดดเด่น จึงทำให้ตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลงแรง โดยเฉพาะทางฝั่งของอเมริกา
ทิศทางทองคำมองว่า ความผันผวนในตลาดหุ้นที่ค่อนข้างมากดังกล่าวจะช่วยให้ทองคำปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นได้ และล่าสุดราคาได้ผ่านแนวต้าน $1240 ออกมา เรียบร้อยแล้ว มองว่า Upside ในทองคำยังพอมีเหลืออีกประมาณ 5-6% เพียงแต่ระยะสั้นราคาจะพักตัวมากหรือน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง
ส่วนต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรระยะสั้นและยาวเริ่มติดลบในบางปี
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอเมริกาอายุ 3 ปี เริ่มน้อยกว่า อายุ 5 ปี เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2007 ประเด็นดังกล่าวทำให้เกิด Inverted yield curve ขึ้น ซึ่งการเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวนักลงทุนถือว่าเป็นสัญญาณเตือนถึง สภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอนาคต เนื่องจากตามปกติแล้ว อัตราดอกเบี้ยระยะยาวควรจะอยู่สูงกว่าระยะสั้นเพราะ จะมีเรื่องของการขยายตัวทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเข้ามาเกี่ยวข้อง ในขณะที่หากดูระยะยาวกว่านั้นคือ 10-2 spread ซึ่งจะคิดจากอายุ 10 ปี และ 2 ปี เริ่มเข้าใกล้ชิดกันเรื่อยๆ โดยรวมแล้ว ด้วยประเด็นเรื่องสงครามการค้าที่เริ่มคลี่คลาย อาจทำให้เงินส่วนหนึ่งไหลกลับเข้าไปยังตลาดหุ้น ทำให้ Yield ของพันธบัตรระยะสั้นปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ระยะยาว ตลาดเริ่มเห็นสัญญาณการชะลอการขึ้นดอกเบี้ยของ FED จึงยังไม่มีการเคลื่อนไหวมากนัก
ถึงแม้การเกิด Inverted yield curve จะเป็นสัญญาณเตือนถึงสภาวะเศรษฐกิจถดถอย ในอดีตเศรษฐกิจรวมถึงตลาดหุ้นจะเริ่มปรับตัวลดลงก็ต้องใช้ระยะเวลา 1-2 ปี กว่าจะเกิดจริง ในขณะที่สภาวะแวดล้อมปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับที่ต่ำมานาน กลไกตลาดในปัจจุบันอาจจะไม่เหมือนในอดีต การเกิด Inverted yield curve จึงเป็นเพียงแค่สัญญาณเตือนให้ระมัดระวัง แต่ยังไม่ใช่สิ่งที่ต้องตกใจ (Panic) ในระยะสั้นนี้ ทั้งนี้การเกิดความผันผวนขึ้นในตลาดหุ้น โดยแท้จริงแล้วจะเป็นปัจจัยบวกให้กับราคาทองคำ เนื่องจาก เมื่อใดก็ตามที่ตลาดหุ้นเริ่มปรับตัวลดลงแรง ก็จะทำให้เงินไหลเข้า Safe asset อย่างทองคำด้วย
CFO Huawei ถูกจับที่ประเทศแคนาดา
ตลาดหุ้นส่งสัญญาณไม่ดีอีกครั้ง หลังจากช่วงกลางสัปดาห์มีการจับกุม CFO ของบริษัท Huawei ที่ประเทศแคนาดา หลังจาก รัฐบาลแคนาดาร่วมมือกับทางอเมริกาเพื่อจับกุมตัว CFO หลังจากมีข่าวว่า Huawei มีการลักลอบขายสินค้าให้กับประเทศอิหร่านซึ่งเป็นประเทศที่ถูกคว่ำบาตรจากทางอเมริกา บทบาทสำคัญของ CFO Huawei ท่านนี้ นอกจากเป็นคนสำคัญขององค์กรแล้วนั้น ยังเป็นลูกสาวของผู้ก่อตั้ง Huawei อีกด้วย สร้างความกังวลเรื่อง Trade war รอบใหม่ขึ้นมา ว่าท่าทีดังกล่าวจะทำให้จีนและอเมริกาไม่สามารถเจรจากันได้หรือไม่ สถานการณ์ปัจจุบัน ยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนจากทั้งสองฝ่าย แต่เป็นตัวที่นักลงทุนจับตามองอย่างใกล้ชิด
ช่วงกลางปีบริษัทเทคโนโลยีอย่าง ZTE ของจีนก็โดนประเด็นนี้เช่นเดียวกัน คือ มีการลักลอบขายสินค้าให้กับประเทศอิหร่าน ซึ่งอเมริกาก็ได้ปรับไปทั้งสิ้น 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และสร้างแรงดันให้กับหุ้นเทคโนโลยีของจีน นักวิเคราะห์คาดว่า อเมริกามีแรงจูงใจที่จะลดบทบาทของบริษัทเทคโนโลยีในจีนหลังจากการเติบโตของกลุ่มบริษัทเหล่านี้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด และ Huawei ในปัจจุบันมีสัดส่วนในตลาดเป็นอันดับที่ 2 รองจาก Samsung และ Apple ตามเป็นอันดับที่ 3หลังจากการจับกุมตัว ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลดลงแรงระหว่างวันก่อนที่จะมีแรงซื้อกลับมาบ้าง เช่นเดียวกับตลาดต่างประเทศ คาดว่าตลาดยังคงลังเล ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะเลวร้ายลงหรือไม่ ในขณะที่ทองคำและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐทำหน้าที่เป็น Safe haven ที่ทำให้เงินไหลเข้ามายังทั้งสองตลาดนี้เช่นกัน
ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรขยายตัวน้อยกว่าที่คาดการณ์
ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรขยายตัวเพียง 155,000 ตำแหน่ง เทียบกับขยายตัว 237,000 ตำแหน่งในเดือนก่อนหน้า ขณะที่อัตราว่างงานยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับเดิมบริเวณ 3.7% การขยายตัวที่น้อยลงนั้นสอดคล้องกับทิศทางตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆที่ชะลอตัวลงมาตั้งแต่ช่วงกลางปี การขยายตัวที่น้อยลงของตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรนั้น นำไปสู่การคาดการณ์ว่า FED จะต้องชะลอกการขึ้นดอกเบี้ยบ้าง สอดคล้องกับ ความน่าจะเป็นที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ยในตลาดฟิวเจอร์ลดลงจาก 90% เหลือเพียง 70% ทั้งนี้การชะลอนั้นน่าจะเป็นในช่วงเดือน มีนาคมปีหน้า เพราะ ธันวาคมนี้คาดว่า FED จะยังคงเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป
การชะลอการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ถึงแม้ตลาดหุ้นจะยังได้รับปัจจัยลบจากประเด็นอื่นๆด้วย แต่ราคาทองคำเริ่มฟื้นตัวโดยเฉพาะ ผ่านระดับ $1240 ออกมาได้เรียบร้อย สอคคล้องกับค่าเงินดอลลาร์ที่เริ่มอ่อนค่ามา เมื่อย้อนกลับไปยัง Concept เดิมที่ว่า การทำ Asset alloctation จะช่วยลดความผันผวนของพอร์ตลงได้ เพราะ หากมีทองคำติดพอร์ตไว้ในยามหุ้นลง ก็จะช่วยไม่ให้พอร์ตการลงทุนขาดทุนหนักเมื่อเทียบกับลงในหุ้นแบบไม่มีการกระจายการลงทุน ทั้งนี้ภาพรวมทองคำเริ่มปรับตัวสูงขึ้นจากความไม่แน่นอนดังกล่าว มองว่า upside ของราคาทองคำน่าจะมีอีกพอสมควร